Header Ads

ที่มาของบทสวดมนต์ เจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน

 ที่มาของบทสวดมนต์ เจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน

โดยทั่วไปพุทธศาสนิกชน มักทำบุญโดยนิมนต์พระสงฆ์มาสวดสาธยาย บทพระพุทธมนต์ในพิธีมงคล  หรือพิธีที่จัดขึ้นเพื่อความสุขความเจริญ เป็นสิริมงคลแก่การดำเนินชีวิตในวาระต่างๆ  ซึ่งมักจะเรียกรวมกันว่าว่า

พิธีเจริญพระพุทธมนต์  คำว่า “พระพุทธมนต์”หมายถึง พระพุทธพจน์ อันเป็นพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ที่มีปรากฏในพระไตรปิฏกบ้าง เป็นคำที่แต่งขึ้นมาภายหลังบ้าง  โดยถือกันว่าพระพุทธมนต์เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ สามารถปัดป้องอันตรายต่างๆได้ จึงเรียกอีกอย่างว่า  “พระปริตร” คำว่า ”ปริตร” มีความหมายว่า คุ้มครองรักษา หรือเครื่องคุ้มครองป้องกัน

ซึ่งบทพระพุทธมนต์ที่นิยมว่าศักดิ์สิทธิ์เท่าที่ปรากฏรวบรวมไว้มี 7 บท จึงเรียกว่า เจ็ดตำนาน (ตามปกติคำว่า ตำนาน จะหมายถึงเรื่องราวนมนานที่เล่ากันสืบๆ มา แต่ในที่นี้เป็นการเรียกพระปริตรบทๆ หนึ่งว่าตำนาน ซึ่งมีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะแผลงมาจากคำว่า ตาณ ในภาษาบาลีที่แปลว่า ต้านทานหรือป้องกันเช่นเดียวกับคำว่า ปริตร หรืออาจจะหมายถึงตำนานอันเป็นที่มาของแต่ละพระสูตรก็เป็นได้)

การสวดพระปริตรหรือเจ็ดตำนานนี้ 

เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศลังกา ราว พ.ศ. 500  ด้วยว่าชาวลังกาที่นับถือพุทธศาสนาในขณะนั้น ประสงค์ให้พระสงฆ์ช่วยเหลือตนให้เกิดสิริมงคล  และป้องกันภยันตรายต่างๆ ด้วยการสวดมนต์และคาถาตามแบบอย่างพราหมณ์  ซึ่งมีความเชื่อว่าผู้ทรงเวทจะทำให้เกิดสิริมงคล และป้องกันภยันตรายแก่มหาชนได้ ด้วยเหตุนี้พระสงฆ์ลังกาจึงได้คิดวิธีสวดพระปริตรขึ้น โดยเลือกเอาพระสูตร หรือคาถาที่สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย  อันเกิดขึ้นเนื่องด้วยเหตุการณ์ต่างๆ มาสวดเป็นมนต์ โดยการสวดครั้งแรกๆ ก็ขึ้นกับเหตุการณ์ที่ไปสวด เช่น ไปสวดพิธีมงคลก็ใช้มงคลสูตรสวด สวดให้คนเจ็บป่วยก็ใช้โพชฌงคสูตร ครั้นคนนิยมมากขึ้นก็คิดค้นพระสูตรต่างๆ มาสวดเป็นพระปริตรมากขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาพระเจ้าแผ่นดินประเทศลังกาก็ได้รับสั่งให้คณะสงฆ์ปรับปรุงพระสูตร และคาถาที่ใช้สวดพระปริตรขึ้นใหม่ให้เหมาะกับเหตุการณ์  เพื่อใช้ในพระราชพิธีหลวง โดยได้เพิ่มพระสูตรและคาถาให้มากขึ้น และเรียกว่า “ราชปริตร” แปลว่า  มนต์คุ้มครองพระเจ้าแผ่นดิน ต่อมาประชาชนต่างก็นิยม ให้มีการสวดพระปริตรในพิธีของตนบ้าง  จึงเกิดเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน

เจ็ดตำนาน และสิบสองตำนาน

เจ็ดตำนานสิบสองตำนานหรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่า “ปริตร” ปริตรหรือปริตต์ที่พระสงฆ์ไทยเราใช้สวดกันอยู่ปัจจุบัน คำว่า ปริตร หรือ  “ปริตต” แปลว่าคุ้มครอง,ป้องกัน, รักษา หรือเครื่องคุ้มครองป้องกัน ในประวัติความเป็นมาก็ได้กล่าวแล้วในเรื่องภาณวารและสารัตถสมุจจัย ซึ่งกลายมาเป็นคัมภีร์อีกคัมภีร์หนึ่งเรียกว่า “ราชปริตร” สันนิษฐานว่าเกิดขึ้น เพราะพระราชประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดินในลังกาทวีปด้วยการสวดแบบเดิมนั้น กินเวลามากจึงมาหาวิธีที่จะให้สั้นลงซึ่งบางที่งานหลวงหรืองานพระราชพิธีนั้นต้องการให้มีการสวดมนต์เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่พระนคร และบ้านเมือง ดังนั้นพระสงฆ์จึงเลือกพระปริตรต่าง ๆ ที่มีในภาณวารเป็นหลัก และเพิ่มคาถาที่นิยมเห็นว่า นิยมกันมาก ๆ มาสวดกันกลายมาเป็นราชปริตร ดังกล่าวเพื่อใช้ในงานหลวง เรื่องราชปริตรเป็นที่นิยมกันแพร่หลายไปทั่วถึงแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่า ต่างก็พากันใช้ตามแบบอย่างพิธีหลวงสืบมา จนกลายมาเป็น ๒ ตำนาน คือ “จุลปริตร”(เจ็ดตำนาน) และ “มหาปริตร” (สิบสองตำนาน) มีข้อสันนิษฐานว่าในครั้งโบราณมานิยมสวดเจ็ดตำนานมากกว่าสำหรับสิบสองตำนานนั้นมักจะสวดกันในงานใหญ่ ๆ หรืองานหลวง ดังนั้น จึงขอจัดเป็นหมวดหมู่ให้ดู ดังนี้

เจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน  เป็นมนต์อันเป็นเครื่องป้องกันภยันตรายต่างๆ มีพระสูตรอยู่ด้วยกันดังนี้ คือ

     1. มงคลสูตร ว่าด้วยเหตุที่จะทำให้เกิดสิริมงคล

     2. รัตนสูตร ว่าด้วยรัตนทั้ง 3 คือพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ สวดเพื่อปัดเป่าอุปัทวันตรายให้หมดไป

     3. กรณียเมตตสูตร ว่าด้วยการเจริญเมตตา ไปไหนมาไหนให้คน เทวดารักใคร่เมตตา

     4. ขันธปริตร ว่าด้วยพระพุทธมนต์สำหรับป้องกันสัตว์ร้ายพวกอสรพิษ

     5. โมรปริตร คาถาสำหรับป้องกันตัวของพญานกยูง พะบรมโพธิสัตว์ อธิบายว่า พระโพธิสัตว์เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นนกยูง ได้เจริญมนต์บทนี้เป็นประจำ ดังนั้น เมื่อไปในที่ใดจึงแคล้วคลาดปราศจากภัยอันตรายทั้งมวล แม้ศัตรูจะมุ่งทำร้ายก็ไม่สำเร็จ

     6. ธชัคคสูตร ว่าด้วยการเคารพธงและการรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยทำให้หายหวาดกลัว

     7. อาฏานาฏิยปริตร เป็นบทที่ว่าด้วยท้าวจตุโลกบาล นำมาถวายพระพุทธองค์ ให้พระภิกษุภาวนาเพื่อมิให้ลูกน้องบางเหล่าที่เกเร ไม่นับถือพระสงฆ์ ของท้าวจตุโลกบาลมารบกวนพระสงฆ์ได้ พระพุทธมนต์นี้สามารถป้องกันอุบัติเหตุ และอันตรายทั้งปวง

     8.  อาฏานาฏิยปริตร หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ภาณยักษ์" เป็นการสวดเพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคล เสนียดจัญไรต่าง ๆ คุณไสย์ และภูติผีปีศาจ ที่มาสิงสู่หรือรบกวนมนุษย์

     9.  อังคุลิมาลปริตร เป็นบทที่ว่าด้วยพระองคุลีมาลย์ท่านตั้งสัจจะ ช่วยหญิงมีครรภ์แก่ที่วิ่งหนีท่าน ให้คลอดลูกได้โดยง่าย สวัสดี เหมาะสำหรับใช้ในงานมงคลหรือทำให้คลอดลูกง่าย

     10.โพชฌังคปริตรถือเป็นพุทธมนต์ที่ช่วยให้คนป่วยที่ได้สดับตรับฟังธรรมบทนี้แล้วสามารถหายจากโรคภัยไข้เจ็บได้

     11. อภยปริตรเป็นบทสวดที่ให้พ้นจากภัยพิบัติและไม่ฝันร้าย

     12. ชยปริตรทำให้มีสุขภาพดี มีอายุยืน และพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง

     - บทสวดเจ็ดตำนาน (พระปริตร) ได้แก่พระสูตรในข้อที่ 1-7เหมาะสำหรับใช้ในงานพิธีทั่วไป 

     - สำหรับสิบสองตำนาน (มหาปริตร) จะเพิ่มเติมในข้อ 8-12เหมาะสำหรับใช้สวดในงานทำบุญอายุ เสริมดวงชะตา เป็นต้น








พุทธมนต์ ๑๒ ตำนาน,สิบสองตำนาน,พระปริตรบทเต็ม,พระปริตรที่สมบูรณ์ที่สุด,ชุมนุมเทวดา,ปุพพะภาคะนะมะการ,นะมะการะสิทธิคาถา,สัมพุทเธนะโมการะอัฏฐะกะมังคะละสุตตัง,ระตะนะสุตตัง,กะระณียะเมตตะสุตตัง,ขันธะปริตตะคาถาโมระปะริตตัง,อาฏานาฏิยะปะริตตังนะโม เม สัพพะพุทธานัง,อังคุลิมาละปะริตตัง,โพชฌังคะปะริตตังวัฏฏะกะปะริตตัง,อะภะยะปะริตตัง,โอสถะปริตร,นัตถิ เม สะระณัง,ยังกิญจิ ระตะนัง,สุขาภิยาจะนะคาถาเทวะตาอุยโยชะนะคาถา,อิติปิโสฯชัยมงคลคาถา,พาหุง มหากา,บทสวดมนต์ออนไลน์,

ไม่มีความคิดเห็น