อาจารย์เล็ก ตอนที่ ผีเจ้าที่
อาจารย์เล็ก ตอนที่1 ผีเจ้าที่
ในวันงานแข็งเรือยาวประจำปีทางภาคอีสาน ตอนกลางวันตั้งแต่เช้าทุกคนต่างเตรียมตัวกันเพื่อจะไปเที่ยมชมประเพณีการแข่งเรือ ณ หมู่บ้านติดนเขตชายแดนฝังแม่น้ำโขง
ซึ่งได้มีการจัดการแข็งขันเรือยาว แพรวและเพื่อนๆก็ได้ชวนกันไปเที่ยวกับเพื่อนๆด้วยเช่นกัน โดยช่วงบ่ายของวันนั้นจะมีการแข่งเรือรอบตัดสินชนะเลิศรอบชิง เป็นช่วงที่คนจะมารวมกันอย่างเนืองแน่น
และแน่นนอนการได้ออกไปเที่ยวตามงานแบบนี้เมื่อได้พบปะเพื่อนฝูงก็ต้องมีการดื่มกิน เพื่อความสนุกกันเป็นธรรมดา จนเวลาผ่านไปประมาณ 5โมงเย็นตะวันเริ่มโพ้เพ้ การแข่งขันเรือยาวรอบสุดท้ายก็กำลังจะจบลง
ได้มีคณะเวทีหมอลำ เริ่มทำการจัดตั้งเวลาเพื่อการแสดง การร้องเล่นเต้นรำ อันเป็นที่สนใจแก่นักเที่ยวงานรื่นเริงเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างใจจดใจจ่อที่จะได้เล่นสนุกกันหน้าเวที
แน่นอนเมื่อมีเวทีการแสดงก็ต้องมีดนตรี ให้ได้เต้นสนุกกัน เมื่อการแสดงเริ่มขึ้น ความเมาก็ได้ที่ สถานการณ์บริเวณงานก็คึกครื่นไม่รู้ใครเป็นใคร เมื่อดนตรีเล่นไปได้ซักพัก ด้วยฤทธิ์ของน้ำเมา
หากมีการสกิดกันเล็กๆน้อยๆก็ทำให้มีเรื่องมีราวต้องทะเลาะตบตีกันเกิดขึ้นในบริเวณงาน เมื่อต่างคนก็ต่างสนุก และก็มีความเมาอยู่ด้วย ถ้ามีใครทำให้เกิดการขัดความสนุกก็จะไม่พอใจ จึงเกิดการตลุมบอน
กันขึ้น ชาวบ้านที่มาร่วมงานก็พากันแตกตื่นวิ่งหนีกันอุดตะหลุด ในขณะนั้นแพรวและเพื่อนๆก็ได้หลบเข้าไปชายป่าข้างๆถนนห่างจากบริเวณงานไม่มากนัก แพรวเกิดปวดเบาขึ้นมาก็เลย แอบขับถ่ายของเสียในป่านั้นโดยที่
ไม่รู้เลยว่าบริเวณป่าตรงนั้นจะมีอะไรอยู่หรือไม่ ซักพักก็มีเสียงปืนดังขึ้นแล้วมีเสียงตะโกนขึ้นว่า มีคนยิงกันๆๆ วัยรุ่นกลุ่มที่ก่อเหตุวิ่งหนีออกจากบริเวณงานมั่วกันไปหมด แพรวและเพื่อนจึงหลบออกไปพักรอที่บ้านอาจารย์เล็กซึ่ง
แยกห่างออกมาจากหมู่บ้าน เมื่อทุกคนมาถึงบ้านอาจารย์เล็กก็ได้นั่งเล่นพูดคุยกันไปพรางๆเพื่อรอให้สถานการณ์เงียบสงบแล้วค่อยจะกลับบ้าน เวลาผ่านไปประมาณ5ทุ่มกว่าเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเริ่มเงียบเป็นปกตแล้ว
แพรวและเพื่อๆก็จะพากันเดินทางกลับบ้าน แต่ในขณะที่กำลังจะกลับนั้น แพรวก็ได้ขอไปเข้าห้องน้ำแล้วให้เพื่อๆขับรถออกมาก่อน และก็มีคนที่ยังไม่กลับอีก 3-4 คน กำลังนั่นคุยกันต่อบริเวณหน้าอาจารย์เล็ก
ซักพักก็มีเพื่อนผู้หญิงที่มากับแพรว ชื่อว่าขิง ถามขึ้นว่า แพรว ๆ เป็นอะไร แพรวตอบขึ้นมาว่า เป็นอะไรไม่รู้ อยู่ดีๆก็เจ็บขา เดินไม่ได้ ขิงก็เลยไปเรียกอาจารย์เล็กมาดู พออาจารย์เล็กเดินเข้ามา แพรวก็พูดขึ้นว่า อาจารย์หนูเจ็บ
แล้วยืนนิ่งไม่ยอมขยับตัว อาจารย์เล็กก็เลยถามไปว่าเจ็บตรงไหน แพรวเอามือชี้ไปที่ขา ตอนแรกนั้นอาจารย์เล็กคิดว่าน่าจะเป็นเพราะ พากันเดินและเต้นกันทั้งวันจนขาระบม รึป่าวแต่พออาจารย์เล็กเอานิ้ว
ไปแตะที่ขาบริเวณที่แพรวชี้ แพรวก็ร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดเหมือนทรมานมาก โอ้ยอาจารย์หนูเจ็บๆ แล้วก็ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด อาจารย์เล็กเห็นท่าไม่ดีก็เลยบอกให้เพื่อนที่ยังไม่กลับมาพยุงแพรวให้ไปนั่งลงที่หน้าหิ้งพระ
จากนั้นอาจารย์เล็กก็ได้ นำขมิ้นมาฝาวเป็นแว่น แล้วบริกรรมคาถาให้แพรวกิน แต่กินได้ไม่เท่าไหร่แพรสมีอาการเจ็บปวดทุรนทุลาย ดิ้นไปมา จนต้องให้คนมาจับ อาจารย์เล็๋กรู้ได้ทันที่ว่านี่ไม่ใช่อาการปวดขาธรรมดาแล้ว
ก็เลยทำสมาธิแล้วจับไปที่หน้าผากของแพราแล้วถามว่า เป็นใคร ต้องการอะไร แต่แพรวไม่ตอบได้แต่เอามีชี้ไปที่ปาก ซึ่งตอนนั้นปากกับลิ้นของแพรวนั้นขยับไม่ได้ พูดไม่ได้ มีแต่แสดงอาการเจ็บปวด
อาจารย์เล็กก็เลยจับมีดหมอขึ้นมาตบที่ปาก สามที แล้วอาการปากแข็งพูดไม่ได้ก็หายไปจากนั้นอาจารย์เล็กก็ได้ร่ายมนต์เป่าไปที่มือแล้วกดไปบริเวณหัวของแพรว แพรวร้องด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ถามอะไรไม่ยอมตอบ
ได้แต่คุมจับกันไปมาอยู่แบบนั้นผ่านไปประมาณเกือบชั่วโมง ทุกคนก็เริ่มเนื่อยเพราะจับกันไม่ไหว ไม่น่าเชื่อว่าแพรวผู้หญิงร่างเล็กๆ คนสี่คนจับไม่อยู่กันเลย
เห็นท่าไม่ดีเพราะเวลาก็ล่วงมาเยอะดึกแล้วด้วย อาจารย์เล็กก็เลยเอาสายสินมาพันที่หัวของแพรวแล้วสวดคาถรทำน้ำมนต์ให้กิน ตลอดเวลาที่สวดอยู่นั้น แพรวก็มีอาการร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลาเมื่ออาจารย์เล็กทำน้ำมนต์เสร็จ
ได้เอานิ้วชี้ไปที่หน้าแพรว แล้วพูดว่า จะถอยไปดีๆหรือไม่ถอยถ้าไม่ยอมถอย เจ็บกว่านี้แน่อย่าหาว่าไม่เตือน ผีที่อยู่ในร่างแพรว จึงร้องไห้ แล้วพนมมือขึ้นบอกว่าพอแล้วๆอย่าทำข้าเลยยอมแล้ว
ข้าพเจ้าเป็นผีอาศัยอยู่ในล่องน้ำเก่าชายป่า ต้องที่แพรวไปถ่ายเบาไว้ก็เลยติดตามมา อาจารย์เล็กพอรู้สาเหตุก็เลยพูดขึ้นว่า ถ้าเด็กมันทำให้ไม่พอใจ เราจะให้มันขอคมาลาโทษให้เด็กมันมาเพี่ยวตามประสา มันไม่รู้เรื่องไม่ได้มีเจตนา
ที่จะไปหลบหลู่ล่วงเกิน ตอนนี้ถ้าเข้าใจให้ถอยออกไปเดี๋ยวจะแผ่เมตตาให้ พูดจบอาจารย์เล็กก็ทำสมาธิแผ่เมตตาออกไปให้ ผีที่อยู่ในร่างของแพรวก็สงบลงและค่อยๆถอยออกไป เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วทุกคนก็โล่งใจขึ้น เมื่ออาการของแพรวเป็นปกติแล้ว
อาจารย์เล็กเลยถามขึ้นว่าก่อนจะมานี่ไปทำอะไรมา แพรวตอบว่าไม่ได้ทำอะไรค่ะ พอมีเรื่องในงานก็หลบออกมาเลย อาจารย์ก็ถามต่ออีกว่า ระหว่างทางที่จะมา ได้แวะทำธุระอะไรข้างทางไหม แพรวก็ตอบขึ้นมาว่าค่ะอาจารย์หนู้ได้ปวดเบาเลยลงไปแวะที่ชายป่าข้างทาง
เมื่อรู้แบบนี้แล้วอาจารย์เล็กก็เลยทำการรดน้ำมนต์ให้แล้วก็ให้ตะกรุดไว้ป้องกันตัวไปพกติดตัว1เส้น พร้อมบอกให้ทำการขอคมาเจ้าที่เจ้าทางเขา ก่อนกลับบ้าน
พอรุ่งเช้าวันต่อมา แพรวได้ถ่ายรูปขาบริวเณที่เจ็บมื่อคืนส่งมาให้ดู ปรากฏว่าบริเวณที่อาจารย์เล็กเอามีไปแตะนั้นเป็นรอยฟกช้ำ ออกสีเขียวม่วง ขนาดใหญ่เท่าประมาณฝ่ามือ
ทุกคนที่เห็ยเหตุการณ์ก็งงตามๆกันว่าทำไมถึงช้ำได้ขนาดนั้นทั้งๆที่อาจารย์ไม่ได้กดแรงอะไรเลย แค่เอานิ้วไปวางแตะไว้เฉยๆ อาจารย์เล็กก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปว่าเวลาไปไหนมาไหนให้รู้จักระแวดระวังตัว
อย่าประมาท ให้รู้จักเคารพยำเกรง สถานที่เขาบ้าง แพรวก็ตบปากรับคำ ค่ะอาจารย์หนูเข็ดแล้ว จะจำคำสั่งสอนของอาจารย์แล้วเก็บไปทำตามค่ะ
จากนั้นมาแพรวก็ไม่กลัวไปทำธุระส่วนตัวมั่วซั่ว และไม่มีเหตุการณือะไรเกิดขึ้นกับตัวอีก แล้วก็ห้อยตะกรุดที่อาจารย์เล็กให้ไว้ติดตัวตลอดเวลาไม่ยอมถอดเลยครับ
Post a Comment